สินเชื่อส่วนบุคคล คือ วงเงินสดสินเชื่อ ที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินโอนเข้าบัญชีให้คุณ ภายหลังการสมัครแล้วได้รับการอนุมัติ และมีการชำระคืนเป็นงวดๆ งวดละเท่าๆ กัน ตามที่ผู้สมัครระบุ เช่น 3 เดือน 6 เดือน 12 เดือน 18 เดือนไปจนถึง 60 เดือน แล้วแต่เงื่อนไขของธนาคารที่คุณยื่นใบสมัคร วงเงินที่ลูกค้าอนุมัติจะอยู่ที่ประมาณ 5 เท่าของเงินเดือน โดยที่ลูกค้าจะได้สินเชื่อดังกล่าวโดยไม่ต้องมีบุคคล หรือหลักทรัพย์ค้ำประกัน
การให้สินเชื่อส่วนบุคคลของทางธนาคารเป็นทางเลือกหนึ่งของลูกค้า ที่จะนำเงินดังกล่าวไปซื้อสินค้า ท่องเทียว การศึกษา หรือนำไปลงทุน ไม่เว้นแม่แต่ชำระหนี้ บัตรเครดิตของธนาคารเอง เพราะสินเชื่อส่วนบุคคล จะเป็นสินเชื่อเงิืนก้อนเดียว และชำระคืนธนาคารเป็นงวดๆ เท่ากันทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นระยะเวลาที่ลูกค้าต้องการ
ข้อแตกต่างของสินเชื่อส่วนบุคคล กับสินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่เงินสด ก็คือวงเงินสินเชื่อที่ธนาคารอนุมัติให้มากกว่า อัตราดอกเบี้ยที่คิดเป็นอัตราคงที่ (Flat Rate) โดยการชำระคืนเป็นงวดๆ แตกต่างจากบัตรเครดิต และสินเชื่อเงินสด ซึ่งจะคิดดอกเบี้ยในอัตราถดถอย(Decline Rate) หรือคิดจากยอดที่ค้างชำระจนกว่าจะชำระเงินต้นหมดนั่นเอง และยังสามารถใช้จ่ายได้เรื่อยๆ ตราบใดที่วงเงินสินเชื่อยังไม่เต็ม กล่าวคือเมื่อมีการชำระคืนเงินต้นเท่าใด วงเงินสินเชื่อก็ว่างมากขึ้นเท่านั้นนั่นเอง
สินเชื่อทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนเป็นสินเชื่อที่ปลอดหลักทรัพย์และบุคคลค้ำประกัน โดยธนาคารจะพิจารณาจากความสามารถของลูกค้าในการชำระคืน หมายถึงถ้ามีเงินเดือนมากก็จะได้วงเงินมากตาม รวมทั้งมีประวัติการชำระดี หรือตำแหน่งหน้าที่การงานต่างๆ ล้วนมีผลต่การพิจารณาให้วงเงินกับผู้สมัครสินเชื่อบุคคลทั้งสิ้น
ถ้าต้องการสินเชื่อส่วนบุคคลเวลานี้ต้องทำอย่างไรบ้าง? แน่นอนเรื่องเอกสารประกอบการสมัครเป็นปัจจัยสำคญ นั่นคือต้องมีสลิปเงินเดือนฉบับจริงที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 15,000 บาทต่เดือนขึ้นไป และต้องมีสมุดบัญชีที่มีเงินเืดือนผ่านอย่างน้อย 3 เดือน และให้แน่ใจว่าไม่ติดประวัติการชำระเงินในฐานข้อมูลเครดิต
ข้อมูลเครดิต
ข้อมูลเครดิต หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ขอสินเชื่อและบัตรเครดิต ประกอบด้วย ข้อมูลที่บ่งชี้ตัวลูกค้า ข้อมูล
เกี่ยวกับภาระหนี้สิน ประวัติการชำระเงินคืน และประวัติการใช้สินเชื่อของลูกค้า
ผู้ให้บริการสินเชื่อหรือบัตรเครดิตจะส่งข้อมูลเครดิตของลูกค้าเจ้าของข้อมูลแต่ละรายให้บริษัทข้อมูลเครดิต
(Credit Bureau) เพื่อเก็บรวบรวมและประมวลผล
ผู้ที่สามารถเรียกดูรายงานข้อมูลเครดิต คือ
1. สถาบันการเงินหรือผู้ให้สินเชื่อที่เป็นสมาชิกของบริษัทข้อมูลเครดิตเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อและให้บริการบัตรเครดิต และ
2. ผู้บริโภคเจ้าของข้อมูล ซึ่งหากเจ้าของข้อมูลพบว่ารายละเอียดของตนเองที่ปรากฎในรายงานข้อมูลเครดิตไม่ถูกต้องก็สามารถโต้แย้งได้
ทั้งนี้ คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต มีอำนาจและหน้าที่ในการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต
ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ข่าวสารอื่นๆ เพิ่มเติม
____________________________________________
ข่าวสารCiti M(ข่าวสารCiti-M)
Citi M"เสริมสภาพคล่องนักช็อป
หลังลอนช์ Citi M Visa ภายใต้ความร่วมมือของ 3 พันธมิตร นำโดย เดอะ มอลล์ กรุ๊ป ซิตี้คอร์ป และวีซ่า เมื่อปี 2550 จนปัจจุบัน Citi M Visa กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากสมาชิกที่มีมากกว่า 1.5 แสนราย โดยข้อมูลต่างๆ เหล่านั้นสามารถนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ในการทำกิจกรรมด้านการตลาดได้อย่างถูกต้อง และตรงกับพฤติกรรมของสมาชิก ซึ่งเป็นลูกค้าขาประจำที่เข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้านั่นเอง
การให้สินเชื่อส่วนบุคคลของทางธนาคารเป็นทางเลือกหนึ่งของลูกค้า ที่จะนำเงินดังกล่าวไปซื้อสินค้า ท่องเทียว การศึกษา หรือนำไปลงทุน ไม่เว้นแม่แต่ชำระหนี้ บัตรเครดิตของธนาคารเอง เพราะสินเชื่อส่วนบุคคล จะเป็นสินเชื่อเงิืนก้อนเดียว และชำระคืนธนาคารเป็นงวดๆ เท่ากันทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นระยะเวลาที่ลูกค้าต้องการ
ข้อแตกต่างของสินเชื่อส่วนบุคคล กับสินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่เงินสด ก็คือวงเงินสินเชื่อที่ธนาคารอนุมัติให้มากกว่า อัตราดอกเบี้ยที่คิดเป็นอัตราคงที่ (Flat Rate) โดยการชำระคืนเป็นงวดๆ แตกต่างจากบัตรเครดิต และสินเชื่อเงินสด ซึ่งจะคิดดอกเบี้ยในอัตราถดถอย(Decline Rate) หรือคิดจากยอดที่ค้างชำระจนกว่าจะชำระเงินต้นหมดนั่นเอง และยังสามารถใช้จ่ายได้เรื่อยๆ ตราบใดที่วงเงินสินเชื่อยังไม่เต็ม กล่าวคือเมื่อมีการชำระคืนเงินต้นเท่าใด วงเงินสินเชื่อก็ว่างมากขึ้นเท่านั้นนั่นเอง
สินเชื่อทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนเป็นสินเชื่อที่ปลอดหลักทรัพย์และบุคคลค้ำประกัน โดยธนาคารจะพิจารณาจากความสามารถของลูกค้าในการชำระคืน หมายถึงถ้ามีเงินเดือนมากก็จะได้วงเงินมากตาม รวมทั้งมีประวัติการชำระดี หรือตำแหน่งหน้าที่การงานต่างๆ ล้วนมีผลต่การพิจารณาให้วงเงินกับผู้สมัครสินเชื่อบุคคลทั้งสิ้น
ถ้าต้องการสินเชื่อส่วนบุคคลเวลานี้ต้องทำอย่างไรบ้าง? แน่นอนเรื่องเอกสารประกอบการสมัครเป็นปัจจัยสำคญ นั่นคือต้องมีสลิปเงินเดือนฉบับจริงที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 15,000 บาทต่เดือนขึ้นไป และต้องมีสมุดบัญชีที่มีเงินเืดือนผ่านอย่างน้อย 3 เดือน และให้แน่ใจว่าไม่ติดประวัติการชำระเงินในฐานข้อมูลเครดิต