ข่าวเศรษฐกิจหนังสือพิมพ์บ้านเมือง
นายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) กล่าวว่า ธนาคารได้เสนอแผนการดำเนินธุรกิจภายใน 5 ปี ให้กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่จำนวน 49% ของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ได้พิจารณาแล้ว โดยหนึ่งในแผน คือ เพิ่มทุนอีก 30% จากระดับทุนปัจจุบัน 9 พันล้านบาท ด้วยการเสนอขายหุ้นให้แก่นักลงทุน เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งในช่วงแรกอาจเสนอขายให้แก่นักลงทุนแบบเฉพาะเจาะจงก่อน จากนั้นจึงเสนอขายแก่ประชาชนเป็นการทั่วไป "การเสนอขายหุ้นแก่นักลงทุน เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นหนึ่งในแผนธุรกิจที่เราคาดว่า จะเริ่มดำเนินการได้ประมาณปีหน้าแต่ก็ขึ้นอยู่กับคลัง ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ว่าจะพิจารณาอย่างไร ซึ่งถ้าเขาไม่เห็นด้วยกับแผนนี้ ทางผู้ถือหุ้นก็คงจะพิจารณาเพิ่มทุนให้กับเรา เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย " นายธีรศักดิ์ กล่าว
นายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) กล่าวว่า ธนาคารได้เสนอแผนการดำเนินธุรกิจภายใน 5 ปี ให้กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่จำนวน 49% ของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ได้พิจารณาแล้ว โดยหนึ่งในแผน คือ เพิ่มทุนอีก 30% จากระดับทุนปัจจุบัน 9 พันล้านบาท ด้วยการเสนอขายหุ้นให้แก่นักลงทุน เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งในช่วงแรกอาจเสนอขายให้แก่นักลงทุนแบบเฉพาะเจาะจงก่อน จากนั้นจึงเสนอขายแก่ประชาชนเป็นการทั่วไป "การเสนอขายหุ้นแก่นักลงทุน เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นหนึ่งในแผนธุรกิจที่เราคาดว่า จะเริ่มดำเนินการได้ประมาณปีหน้าแต่ก็ขึ้นอยู่กับคลัง ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ว่าจะพิจารณาอย่างไร ซึ่งถ้าเขาไม่เห็นด้วยกับแผนนี้ ทางผู้ถือหุ้นก็คงจะพิจารณาเพิ่มทุนให้กับเรา เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย " นายธีรศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ เบื้องต้นธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย มีแผนจะระดมทุนด้วยการออกพันธบัตรในประเทศวงเงิน 5,000 ล้านบาท อายุระหว่าง 3-5 ปี ขณะนี้อยู่ระหว่างรอประกาศจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) คาดว่าจะพิจารณารายละเอียดได้แล้วเสร็จภายในเดือนธ.ค.นี้และประกาศให้ธนาคารดำเนินการได้ประมาณต้นปีหน้า
สำหรับแผนระดมทุนในต่างประเทศนั้น คงต้องระงับไปก่อน เนื่องจากในช่วงที่ธนาคารมีแผนจะออกนั้น ธนาคารต้องการเงินดอลลาร์ไปสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ส่งออก แต่ขณะนี้เงินดอลลาร์ในประเทศเต็มตลาด ขณะที่ต้นทุนในประเทศกับต่างประเทศก็ไม่ต่างกันนัก ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย จึงระงับแผนนี้ไว้ก่อน นายธีรศักดิ์ กล่าวว่าสำหรับผลประกอบการของธนาคารในปีนี้ ปัจจุบันธนาคารมีผลกำไรแล้วประมาณ 1.1 พันล้าน เติบโตอย่างก้าวกระโดดเทียบจากปีก่อนหน้าที่มีกำไร 350 ล้านบาท เป็นผลจากการขยายตัวของสินเชื่อ โดย 9 เดือนแรกปล่อยสินเชื่อแล้ว 7.7 หมื่นล้าน และมีเงินฝาก 8.3 หมื่นล้าน ส่วนปีหน้านั้นคาดว่าอัตราการเติบโตสินเชื่อคงจะไม่เท่ากับปีนี้ หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 50% จากปีนี้เท่านั้น เพราะฐานสินเชื่อใหญ่ อัตราการเติบโตน้อยลง
สำหรับแผนการจัดตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ IBank Shariah ของธนาคารนั้น คาดว่าจะเสนอขายให้แก่นักลงทุนในวงเงินไม่เกิน 1.4 พันล้านภายในสิ้นปีนี้ โดยธนาคารจะร่วมลงทุนในกองทุนนี้ไม่เกิน 30% อีกทั้งธนาคารจะเป็นผู้เช่าหลักในอาคารสำนักงาน เน้นผู้เช่าที่มีอายุการเช่าระยะยาวไม่ขัดกับหลักศาสนาอิสลาม ทั้งนี้เพื่อให้นักลงทุนได้ผลตอบแทนที่มั่นคง
ที่มา:: RYT9