ธนาคาร
ดอกเบี้ยรถ VS ดอกเบี้ยบ้าน คิดต่างกันยังไง
จำนวนผู้เข้าชม 1138 คน
ต้องยอมรับว่าตัวช่วยในการซื้อสินค้าในปัจจุบันมีเยอะมาก โดยเพราะเรื่องการให้ “สินเชื่อ” ทำให้คนนิยมที่จะซื้อแบบผ่อนชำระเพราะช่วยทำให้เรามี “อำนาจซื้อ” ที่สูงขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้วก็เหมือนเป็นดาบสองคมเช่นกันเพราะการปล่อยสินเชื่อทำให้เรามีอำนาจซื้อ แต่ก็ทำให้เราเป็น “หนี้” ด้วยเช่นกัน ดังนั้นการใช้สินเชื่อควรใช้อย่างระมัดระวัง แต่พอเราพูดถึงการผ่อนชำระสินค้าหรือเรื่องสินเชื่อขึ้นมา แน่นอนว่าเรื่องของ “ดอกเบี้ย” เป็นอะไรที่เราต้องให้ความสนใจมากขึ้น

แล้วถ้าจะพูดถึงว่าสินค้าอะไรที่คนเรานิยมซื้อของแบบผ่อนชำระมากที่สุด แน่นอนว่าหนีไม่พ้นรถยนต์ และ บ้านที่ต้องติดอันดับต้นๆ แน่นอน สำหรับบ้านและรถ ดอกเบี้ย 0% แทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้ แต่ก็อาจจะมีเป็นโปรโมชั่น 0% เฉพาะปีแรก แล้วค่อยไปเก็บเยอะๆ ทีหลังก็มีเช่นกัน ควรดูเรื่องอัตราดอกเบี้ยและวิธีการคิดดอกเบี้ยให้ดี

ดังนั้นถ้าเราซื้อรถยนต์และบ้านด้วยวิธีการผ่อนชำระก็จะมี “ดอกเบี้ย” เกิดขึ้น แต่รู้หรือไม่ว่า ดอกเบี้ยของทั้ง 2 สินค้ามีความแตกต่างระหว่าง “ดอกเบี้ยกู้ซื้อรถ” กับ “ดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้าน” อย่างชัดเจน งั้นเรามาดูที่ดอกเบี้ยการซื้อ “รถยนต์” กันก่อน สมมติให้ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อรถยนต์อยู่ที่ 5% ต่อปี รถยนต์มูลค่า 1,000,000 บาท แล้วเรามีการวางดาวน์ไป 250,000 บาท แสดงว่าเราต้องผ่อนชำระอีก 750,000 บาท สมมติว่าผ่อน 5 ปี ทั้งหมด 5 งวด (สมมติให้จ่ายรายปี เพื่อง่ายต่อการคำนวณ)

ดอกเบี้ยที่จะต้องจ่ายเท่ากับ 750,000 x 5% เท่ากับ 37,500 บาทต่อปี จำนวน 5 ปี (37,500 x 5 ปี) ก็จะเท่ากับ 187,500 บาท เท่ากับว่าเราติดหนี้ทั้งหมด 750,000 บาท + 187,500 บาท = 937,500 บาท แสดงว่าเราต้องผ่อน ตกปีละ 187,500 บาท

คราวนี้เราลองมาวิธีการคำนวณดอกเบี้ยการผ่อนชำระ “บ้าน” กันบ้าง กำหนดให้ราคาบ้าน การวางเงินดาวน์ และ ดอกเบี้ยเงินกู้เท่ากับกรณีการซื้อรถยนต์ เพื่อที่จะให้ง่ายในการเปรียบเทียบ กรณีนี้จึงสมมติให้จ่ายรายปีเช่นเดียวกัน

กรณีของการคิดดอกเบี้ยบ้านนั้นจะมีความแตกต่างกับกรณีรถยนต์อยู่ โดยดอกเบี้ยปีแรกเท่ากับ 750,000 x 5% จะเท่ากับ 37,500 บาท สมมติว่าจ่ายปีแรก 187,500 บาท เหมือนการผ่อนรถยนต์เช่นกัน เราจ่ายดอกเบี้ย 37,500 บาท หมายความว่าเราจะจ่ายเงินต้นเท่ากับ  150,000 บาท(187,500 – 37,500)

จากนั้นมาคำนวณดอกเบี้ยปีที่สองกันต่อ จากเดิมเราจะจ่ายคืนเงินต้นไปเป็นที่เรียบร้อยทั้งสิ้น 150,000 บาท ทำให้ยอดกู้สุทธิเหลือ 600,000 บาท ดอกเบี้ยที่ถูกคิดจะเท่ากับ 600,000 x 5% = 30,000 บาท แสดงว่าปีนี้เราก็จะผ่อนชำระเพียง 180,000 บาท ประกอบไปด้วยเงินต้น 150,000 บาทและดอกเบี้ย 30,000 บาท แล้วปีที่สามเงินต้นที่เรากู้มาก็จะเหลือเพียง 450,000 บาท โดยคิดดอกเบี้ยที่ 5% แปลว่าปีที่สามเราจะโดนดอกเบี้ยเหลือ 22,500 บาท ปีที่สามเราก็จะผ่อนชำระเพียง 172,500 บาท

พอมาถึงตรงนี้เราน่าจะเห็นความต่างกันแล้ว จะเห็นได้ว่าดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อรถยนต์ เราจะถูกคิดดอกเบี้ยจาก “เงินกู้ก้อนแรก” เสมอ ทำให้เราจะเสียดอกเบี้ยเงินกู้ 37,500 บาทตลอด 5 ปี แต่สำหรับดอกเบี้ยบ้านคิดจาก “ยอดสุทธิ “ ปีแรกดอกเบี้ย 37,500 บาท ปีสอง 30,000 บาท ปีที่สาม 22,500 และลดลงเรื่อยๆ

“การผ่อนรถยนต์” เรียกวิธีแบบนี้ว่า การคิดดอกเบี้ยแบบคงที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่อน (Flat Rate) จากตัวอย่างดอกเบี้ยปีละ 37,500 บาท เป็นเวลา 5 ปี แต่ถ้าเป็นดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านจะคิดจาก จำนวนเงินที่เราติดค้างให้แต่ละงวด เรียกว่า การคิดดอกเบี้ยแบบอย่างง่าย(Simple Interest) จากตัวอย่างดอกเบี้ยปีแรก 37,500บาท ปีที่สอง 30,000 บาท จะลดลงเรื่อยๆ ตามจำนวน “เงินต้นคงเหลือ” ที่กู้ไว้

ที่นี้เราจะเห็นว่าเงื่อนไขการคิดดอกเบี้ยไม่เท่ากัน ทำให้ดอกเบี้ยจ่ายแต่ละปี ไม่เท่ากัน แล้วประกอบกับรถยนต์ถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีแต่จะเสื่อมค่า แต่อย่างน้อยบ้านถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่เพิ่มค่าหรือสะสมทรัพย์ได้ ถึงแม้จะเป็นภาระหนี้ระยะยาว 20-30 ปีก็ตาม

ดังนั้นคำแนะนำก็คือ จะซื้อรถยนต์สักคันควรคิดพิจารณาให้ดีก่อนว่า “จำเป็น” จริงๆ หรือเปล่า ช่วงมีนโยบายรถคันแรก ก็ออกรถกันเป็นว่าเล่น แต่สุดท้ายก็ผ่อนกันไม่ไหว ปล่อยให้โดนยึดกันเป็นแถบ น่าเสียดายมากๆ อย่าให้โลกวัตถุนิยม มาทำให้แผนการเงินในอนาคตเสียหาย ถ้ามันไม่จำเป็นจริงๆ แต่ถ้าสำหรับใครที่สามารถเอารถยนต์มาช่วยให้การเพิ่มรายได้ แบบนี้ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจเช่นกัน

โทรปรึกษาหรือสอบถามเพิ่มเติมที่ โทร. 081 904 9993, 061 4164478 
ธนาคาร
- ตรวจเครดิตบูโร ได้ที่ไหนบ้าง?
- เครดิตบูโรลดเวลาเก็บประวัติข้อมูลเครดิตลูกค้าเหลือ2ปี
- สินเชื่อธนาคารที่น่าสนใจในปี 2017
- เคล็ด(ไม่) ลับของการขอสินเชื่อหมุนเวียนธุรกิจ
- ปิดเครดิตบูโรแล้ว ทำไงจะ ลบข้อมูลชื่อเราออกจากเครดิตบูโรได้
- ข้อดีของ สินเชื่อเพื่อการโอนหนี้
- ดอกเบี้ยรถ VS ดอกเบี้ยบ้าน คิดต่างกันยังไง
- บัตรเครดิต กับบัตรกดเงินสดแบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน
- ชาวเน็ตโวย ธนาคารแอบผูกบัญชีพร้อมเพย์
- โอนหนี้บัตรเครดิต ทางเลือกเพื่อลดหนี้
ดูทั้งหมด

Copyright (2010) Capital Advance Company Limited. - All Rights Reserved.
Company address: 50/8-9 Metalion Tower2, 7th Fl., Rama 1 Rd.Pathumwan Bangkok 10330 Thailand
Tel.: 02-6124445, 02-6125556 Fax: 02-6124446-7
สินเชื่อ, เงินกู้, โอนหนี้
นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy)
Engine by MAKEWEBEASY