|
เครดิตบูโรจับมือกรมบังคับคดี ลิงค์ข้อมูลล้มละลาย หวังเพิ่มโอกาสตั้งตัวเร็วขึ้น
นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า กรมบังคับคดีนั้น เป็นองค์กรหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย และได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด และสมาชิก ในการปฏิบัติตามกฎหมายเรื่องข้อมูลเครดิตเกี่ยวกับบุคคลล้มละลาย ซึ่งเรื่องเครดิตบูโรนั้นเป็นนโยบายหนึ่งของกระทรวงยุติธรรมและของประเทศที่พัฒนาแล้วเพื่อประโยชน์ของประชาชนในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
โดยทางกรมบังคับคดีขอ ขอบคุณทางบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ที่เสนอรับบทบาทเป็นคนกลางในการเชื่อมโยงข้อมูลบุคคลล้มละลายให้แก่สมาชิก ของบริษัท เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม
นางสาวสุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด เปิดเผยว่า เครดิตบูโร ได้รับความอนุเคราะห์จากกรมบังคับคดีในการเชื่อมโยงข้อมูลบุคคลล้มละลาย ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและความสมบูรณ์ในการปฏิบัติงานของเครดิตบูโรแล้ว ยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมโยงข้อมูลบุคคลล้มละลายไปยังสถาบัน การเงินที่เป็นสมาชิก นับเป็นการเปิดโอกาสให้บุคคลล้มละลายสามารถตั้งต้นประกอบธุรกิจใหม่ได้เร็ว ขึ้น
ตามประกาศของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต (ก.ค.ค.) ที่กำหนดให้สถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกของเครดิตบูโรส่งข้อมูลลูกหนี้ที่ได้รับการปลดจากการเป็นบุคคลล้มละลายได้อีกไม่เกิน 2 ปี นับจากวันที่ปลดล้มละลาย และให้เครดิตบูโรจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวต่อไปได้อีกไม่เกิน 3 ปี ทำให้ลูกหนี้ที่ปลดล้มละลายมีประวัติอยู่ในเครดิตบูโรทั้งหมดเพียง 5 ปี นับแต่ปลดจากล้มละลาย ต่างจากเดิมก่อนการเชื่อมโยงระบบที่อาจมีประวัติติดค้างอยู่นานถึง 20 ปี
พร้อมกันนี้ นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงนามในครั้งนี้จึงเป็นการอำนวยความสะดวกให้สมาชิกของเครดิตบูโร สามารถตรวจสอบการปลดล้มละลายของลูกหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และสามารถส่งข้อมูลให้เครดิตบูโรได้ตามประกาศ ก.ค.ค. ถือเป็นการเติมเต็มฐานข้อมูลของเครดิตบูโรให้ มีความครบถ้วน ถูกต้อง และทันสมัยยิ่งขึ้น โดยจากการลงนามในครั้งนี้ คาดว่าจะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อให้สมาชิกสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ภายใน เดือนสิงหาคม 2554
ที่มาของข่าว: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ |